080 173 2000 info@53ac.com

เปิดบริษัท จดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ท่านไม่ต้องเดินทาง เราจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าพบ ให้ท่านเซ็นต์เอกสาร และ จดทะเบียนเสร็จในวันเดียวกัน เราบริการทั่วทุกเขต ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่น ทั่วประเทศ

โทร 080 173 2000 , 080 174 2000 , 02 933 5511

 

จดทะเบียนบริษัท (เปิดบริษัท) ในเขตกรุงเทพมหานคร

ค่าบริการ 3,500 บาท

ประมาณการค่าใช้จ่าย จดทะเบียนบริษัท สำหรับทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท

ประมาณการค่าใช้จ่าย

บาท

ค่าบริการจดทะเบียนบริษัท 3,500
ขอหมายเลขผู้เสียภาษี – 0 –
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม – ฟรี – 0 –
จัดทำตราประทับ 500
บวก ค่าธรรมเนียม – กรมพัฒนาธุรกิจ 6,500
บวก ค่าเดินทาง – 0 –

รวมค่าใช้จ่าย          

10,500

หมายเหตุ
  1. กรณีมีชาวต่างชาติ ร่วมถือหุ้นหรือ ร่วมเป็นกรรมการ ค่าบริการดังกล่าว คิดเพิ่ม 3,000 บาท
  2. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างจังหวัด(ไม่ใช่อำเภอเมือง) เราจะจดผ่านระบบอินเตอร์เน็ท /หรือไม่ ท่านต้องอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างอำเภอ

ครอบคลุมขอบเขตบริการต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • จดทะเบียน ต่างๆ ณ จังหวัดท่าน โดยครอบคลุมงานจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
    • จดทะเบียนบริษัท
    • ขอหมายเลขผู้เสียภาษี
    • จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • จัดส่งเจ้าหน้าที่ของ นาราฯ นำเอกสารให้ท่านเซ็นต์ยังจังหวัดของท่าน
  • ไม่รวมการจัดทำใบหุ้น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น จดทะเบียนประกันสังคม
  • ไม่รวมแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ หรือสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม โดยที่เรามีเจ้าหน้าที่ต่างชาติซึ่งปฎิบัติงานเต็มเวลาดำเนินการประสานงาน
ท่านสามารถดูเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี้

 

แก้ไข รายการจดทะเบียน บริษัท / ห้างหุ้นส่วน – จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง บริษัท / ห้างหุ้นส่วน

ค่าบริการ

  • จดทะเบียนเพิ่ม – ลด กรรมการ (เปลี่ยนแปลงกรรมการ) 2,500 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนอำนาจกรรมการ 2,500 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง – เพิ่ม วัตถุประสงค์ 2,500 บาท
  • จดทะเบียนเพิ่ม ทุน2,500 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท (พร้อมตราประทับ) 2,500 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนตราประทับ 2,500 บาท
  • เปลี่ยนแปลงบัญชี รายชื่อผู้ถือหุ้น 1,500 บาท
  • แก้ไขอำนาจกรรมการ 2,500 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงาน 3,500 บาทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท

หมายเหตุ

  1. ค่าธรรมเนียม จะสรุปแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อออกใบเสนอราคา ก่อนเริ่มงาน
  2. กรณีต่างจังหวัด ค่าเดินทาง จะสรุปแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง เมื่่อออกใบเสนอราคา ก่อนเริ่มงาน

 

บริการอื่น

  • คัดสำเนาเอกสารทางราชการ เช่น เอกสารสำคัญของบริษัท คัดหนังสือรับรอง, คัดข้อบังคับ, คัดวัตถุประสงค์, คัดคำรับรอง ตราประทับ, คัดงบการเงิน, แบบ ภาษีเงินได้นิติบุคคล แบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และื่อื่นๆ คัดเอกสารแบบแสดงรายการภาษีพร้อมรับรองเอกสาร
  • คัดสำเนาเอกสารทะเบียน บริษัท/ห้างหุ้นส่วน อื่นๆ
  • รับรองเอกสาร โนตารี่พับลิค
  • แปลเอกสาร
  • ขอใบอนุญาตต่างๆ เช่น ใบอนุญาตท่องเที่ยว ใบอนุญาตเปิดเค้าเตอร์แลกเงิน ใบอนุญาตนำเข้า – ส่งออก ,
  • เตรียมเอกสาร เพื่อเปิดบัญชีธนาคาร และ ช่วยเหลือ ณ ธนาคาร
  • บริการเป็นตัวแทนเข้าพบสรรพากรเพื่อชี้แจงต่างๆ
  • บริการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานของราชการ
  • บริการจดทะเบียน – จัดทำและนำยื่นประกันสังคม
  • บริการนักบัญชีที่มีคุณสมบัติเพื่อรองรับการปฎิบัติตาม พรบ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และ พรบ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
  • คัดสำเนาโฉนดที่ดิน
  • บริการเป็นตัวแทน เข้าประมูลทรัพย์ คัดค้านการประมูลทรัพย์ ณ กรมบังคับคดี

เราบริการทั่วประเทศ เปิดบริษัท จดทะเบียนบริษัท นำเอกสารให้ท่านเซ็นต์ ณ จังหวัดท่าน และจดเสร็จในวันเดียวกัน

เราดำเนินธุรกิจมากว่า 15 ปี โดยเดินทางไปแล้วกว่า 45 จังหวัด และใน กทม. เราให้บริการเกือบทุกวัน ท่านมั่นใจได้ว่า เราเข้าใจ ปัญหา โดยได้วางแผน และสร้างระบบเพื่อป้องกัน  และทีมงานเรายังคงมุ่งมั่น ทำอย่างอย่างจริงจัง ตลอดมา

เราเดินทาง ไปจดทะเบียนมาแล้ว มากกว่า 40 จังหวัด – ภาพตัวอย่าง

ถาม - ตอบ จดทะเบียนบริษัท

ถาม 1 - บริษัทจำกัด คือ อะไร

นาราการบัญชี - นิติบุคคลที่มีบุคคล (ผู้เริ่มก่อการ) ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป เข้าร่วมกัน เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัท โดยแบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน ซึ่งแต่ละหุ้นมีมูลค่าไม่นอยกว่า 5 บาท  และมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการค้าร่วมกันโดยหวังผลกำไร และนำกำไรนั้นมาแบ่งปันระหว่างผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกคน มีความรับผิดในหนี้ของบริษัทจำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่ยังส่งใช้ค่าหุ้นไม่ครบตามมูลค่าของหุ้นที่ผู้ถือหุ้นนั้นได้ถืออยู่

ถาม 2 - ในการจดทะเบียนบริษัท การระบุที่ตั้งสำนักงาน บริษัทจำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ในสถานที่ตั้งนั้น หรือไม่

นาราการบัญชี - ไม่ได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมายว่า บริษัทจะต้องเป็นเจ้าของกรมสิทธฺ์ในสถานที่ตั้งนั้นๆ ดังนั้นบริษัทอาจได้สำนักงานที่ตั้งมาโดยการเช่า หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรมสิทธิ์ก็ได้

ถาม 3 - การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยื่นหนังสือคัดค้านการจดทะเบียนต่อนายทะเบียน สามารถทำได้ไหม

นาราการบัญชี - การประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการ เมื่อได้นัดเรียกและได้มีการประชุมกันรวมทั้งได้ลงมติถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์ และข้อบังคับของบริษัทและยืนคำขอและเอกสารประกอบครบถ้วยถูกต้องตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางฯ แล้ว แม้จะมีการคัดค้านการจดทะเบียน แต่คำคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จรับฟังได้ และระหว่างการพิจารณาไม่ปรากฎแก่นายทะเบียนว่าศาลได้มีคำสั่งห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นการชั่วคราวหรือมีคำสั่งอื่นใดในทำนองเดียวกัน นายทะเบียนพจารณารับจดทะเบียนได้

ถาม 4 - การเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษ ของบริษัท ต้องดำเนินการอย่างไรบ้างครับ

นาราการบัญชี - การเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษของบริษัทที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 ไม่ต้องมีการลงมติพิเศษเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิรายการดังกล่าวเพราะชื่อภาษาต่างประเทศไม่ถือว่าเป็นชื่อจดทะเบียน  แต่หากบริษัทประสค์จะให้การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อสาธารณะชน สามารถดำเนินการได้โดยทำหนังสือแจ้งนายทะเบียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อภาษาอังกฤษของบริษัท  หรือจะยื่นคำขอจดทะเบียนรายการอย่างอื่นซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบก็ได้

ถาม 5 - บริษัท มีทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย เท่าไหร่

นาราการบัญชี - ตามกฎหมายการจดทะเบียน หุ้นบริษัท จะต้องมีมูลค่าขั้นต่ำ 5 บาท และในการจดทะเบียน จัดตั้งบริษัท จะต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 ท่าน ดังนั้น ทุนขั้นต่ำ ของบริษัท จะต้องมีอย่างน้อย 15 บาท

ถาม 6 - บริษัทจดทะเบียน ในกรุงเทพมหานคร แต่มาทำธุรกิจที่เชียงใหม่ ได้ไหมคะ แล้วถ้าทำ อีกหลาย จังหวัด ละ ได้ไหมคะ

นาราการบัญชี - คำถามนี้ค่อนข้างกว้างนะครับ  อันดับแรก คุณต้องอธิบายขอบเขตของการทำธุรกิจ ให้ทราบก่อนนะครับ ว่าทำอะไรบ้าง โดยผมอาจยกต้วอย่างคร่าวๆ ตาม สถานะการณ์ด้านล่างนี้ ครับ

  • ไปติดต่อธุรกิจ เพื่อเสนองาน และนำสินค้าตัวอย่างไปแสดงให้ลูกค้า  อย่างนี้ทำได้เลยครับ เพราะไม่ได้มีสถานประกอบการ และสถานจัดเก็บสินค้า ณ จังหวัดนั้น ลักษณะแบบนี้ ทำได้ทุกที่ทั่วประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาต หรือ จดทะเบียนสาขา
    • ไปติดต่อธุรกิจ โดยมีสถานที่ทำงาน/หรือ มีการจัดเก็บสินค้า อย่างนี้ ก็ต้องขอจดทะเบียนสาขา ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร รวมถึง ยังจำเป็นต้องขอใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วย

ถาม 7 - บริษัทมีผู้บริหารและผู้ถือหุ้น เป็นชาวต่างชาติ สิงคโปร์ ซึ่งไม่ได้เข้ามานั่งทำงานในไทย แต่ว่าจ้างพนักงานในไทย เพื่อประสานงานและติดต่อลูกค้า แบบนี้ ผู้บริหารต้องเซ็นต์เอกสาร ทุกอย่างเองเลยไหม หรือ สามารถมอบอำนาจให้เซ็นต์ได้ คะ

นาราการบัญชี - เอกสารที่ต้องเซ็นต์ ขอแยกตอบเป็น เอกสารทางธุรกิจกับคู่ค้า กับเอกสารทางราชการ นะครับ

  • เอกสารทางธุรกิจกับคู่ค้า ปกติวิสัย ท่านสามารถมอบอำนาจ ให้พนักงาน หรือบุคคลอื่น ที่น่าเชื่อถือทำแทนได้  แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคู่ค้าท่านเช่นกันว่า เขายะยอมรับสัญญานั้นไหม ทางที่ดี ขอแนะนำให้ท่าน เพิ่มพนักงานคนไทย หรือ บุคคลที่ท่านไว้ใจได้ ให้เป็นกรรมการบริษัท โดยกำหนดอำนาจกรรมการ ของผู้รับมอบท่านนี้ ให้เฉพาะเพื่อ.... ตามความเหมาะสมต่อไป
  • เอกสาร่ทางราชการ ตอบยากครับ เรื่องนี้ บางหน่วยงานก็ยอมรับ ให้มีการมอบอำนาจใตการเซ็นต์เอกสาร เช่น กรมสรรพากร แต่บางหน่วยงาน ก็ไม่ยอมรับเรื่องมอบอำนาจ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เช่นกันครับ เพื่อแก้ปัญหาที่ยั่งยืน แนะนำให้เพิ่ม ผู้รับมอบอำนาจเข้ามาเป็นกรรมการ แล้วกำหนดอำนาจกรรมการ เพื่อ..... ตามความเหมาะสมต่อไป

ถาม 8 - สามี มีบริษัทจดทะเบียน อยู่แถวรัชดา ส่วนตัวดิฉัน มีงานแปลเอกสาร แบบรับงานอิสระ ในนามบุคคล มาตลอด แต่ตอนนี้มีลูกค้าซึ่งจะมาจ้างงานประจำ ต้องการให้ดิฉันเรียกเก็บเงินในนามบริษัท ไม่ทราบว่า จะใช้บริษัทสามี รับเงินแทนและออกเอกสารใบเสร็จรับเงินได้ หรือไม่คะ

นาราการบัญชี - สามารถทำได้ครับ แต่ควรให้ความสนใจกับ ปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ถ้าจะมีรายได้ประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง แนะให้บริษัทสามีเพิ่มวัตถุประสงค์ให้เรียบร้อย
  • บริษัทจำกัด ของ สามีเมื่อ เรียกเก็บเงิน กับลูกค้าแทนคุณแล้ว บริษัทสามี ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย คือ จ่ายค่าต้นทุนการแปลเอกสาร ให้กับคุณด้วยและดำเนินการหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้อง โดย บริษัทจำกัด ของสามี ก็ต้องรับรู้กำไร ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าทำธุรกิจโดยไม่หวังกำไร
  • หากสามี ทำธุรกิจ ที่แตกต่าง จากงานแปลอย่างมาก เช่น รับเหมาก่อสร้าง หรือ ขายผ่อนชำระ แบบนี้ รูปแบบ ของการบันทึกบัญชี และการสียภาษี ก็จะต่าง กันพอสมควร หาก งานแปลของคุณมีอย่างต่อเนื่อง และมีรายได้มากพอ แนะให้เปิดบริษัทเองแยกต่างหาก ออกไปเพื่อ ความสะดวกในการวางแผนภาษี และการทำบัญชีและภาษีอากร ครับ

ถาม 9 - ผมจำเป็นต้องเปิดบริษัท (จดทะเบียนบริษัท) เพราะลูกค้าบังคับมา แต่ไม่มั่นใจว่าจะได้งาน นานแค่ไหน ก็ขอถาม ถึงขั้นตอนการปิดหน่อยครับ ว่ายุ่งยากไหม ค่าใช้จ่ายสักเท่าไหร่ กรณีแบบผม ต้องวางแผนอย่างไรครับ

นาราการบัญชี - ตอบยากเลยครับ คำถามนี้ ปกติผมจะแนะนำว่า อย่าเปิดเลย ถ้าไม่มั่นใจ ให้ยืมชื่อบริษัทอื่น รับงานไปก่อน (เช่นเดียวกับคำตอบก่อนหน้านี้) แต่คุณบอกว่า "จำเป็น" ผมก็ต้องตอบไปทำนองนี้นะครับ ผมเข้าใจว่ารายได้ยังไม่มากสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต่อปี ผมแนะนำให้จดบริษัท แต่ไม่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วคุณแจ้งลูกค้าว่าบริษัทคุณไม่ได้จดภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่สามารถออกเอกสารใบเสร็จรับเงิน แบบสมบูรณ์ ได้ ระหว่างนี้ ที่รายได้ไม่มาก อย่าเอา ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้ามานะครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องการเสียภาษีมากนัก เพื่อให้บริษัทมีรายการทางบัญชีไม่มากนัก  อย่างนี้ค่าทำงบการเงินและตรวจสอบบัญชี ในแต่ละปีจะไม่สูง  และกรณีที่ปีไหน ไม่มีรายได้ ก็ให้ทำเป็นแบบ งบเปล่า ไปเลย มีค่าใช้จ่ายทั้งปี แค่ 7,000 บาท เท่านั้น และถ้าเลิกในแบบ งบเปล่า ค่าบริการ ก็ประมาณ 13,000 บาท เท่านั้น เอง

  • คุณสามารถดูเพิ่มเติม เกี่ยวกับ บริการงบเปล่า ได้ที่ http://www.52accounting.com/fs.html
  • คุณสามารถดูเพิ่มเติม เกี่ยวกับ การปิดบริษัท (อันที่จริงไม่อยากพูดเรื่องปิดบริษัท บนหน้านี้เลยครับ) ได้ที่  http://www.52accounting.com/co-close.html

ยังไง เสีย ต้องการให้ผมช่วยวางแผน อะไรเพิ่มเติม ก็โทรได้รับ 080 - 288 2000

ถาม 10 - เพื่อนต่างให้ช่วยจดทะเบียนบริษัท เพื่อใช้ จดโดเมนเนม .co.th ในประเทศไทย ต้องจดแบบไหนดีครับ เขาไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจในไทย แต่อาจมีรายได้เล็กน้อย ไม่ถึงล้านต่อปี หรืออาจไมีรายการธุรกิจ ในประเทศไทยเลย ต้องจดทะเบียนบริษัท แบบไหนดีครับ

นาราการบัญชี - การตอบคำถามนี้ ต้องขอกล่าวถึง เอกสารที่ต้องใช้ในการ  ขอจดโดเมนเนม นามสกุล .co.th ก่อนครับ คือว่า เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท ใบสำคัญการจดทะเบียน หรือ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (หมายความว่า ไม่มีทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ ถ้ามีใบทะเบียนการค้า) และชื่อโดเมนเนอมนั้น จะต้อง

  • ชื่อโดเมนเนมจำเป็นต้องสอดคล้อง, เป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือย่อมากจากชื่อองค์กรได้
  • หนึ่งองค์กรสามารถจดทะเบียนโดเมนเนมได้เพียง 1 ชื่อเท่านั้น

ดังนั้น เพื่อนเป็นคนต่างชาติ ของคุณ จะต้องเปิดเป็นนิติบุคคล โดยอาจเป็น บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ก็ได้ครับ เพื่อจะได้มีเอกสารตามที่ผู้รับจดโดเมนเนม ต้องการ โดยแนะนำว่า ให้จดบริษัท/ จดห้างหุ้นส่วน (ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการตรวจสอบของกรมสรรพากร และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลบัญชี ภาษีรายปี และทำงบการเงิน ไม่แพง ถ้าเป็นลักษณะนี้ แนะนำให้บริษัทในประเทศไทย ไม่ต้องมีรายได้ จะดีกว่า เพื่อให้เป็นแบบ งบเปล่า โดยแต่ละปี จะมีค่าใช้จ่ายครอบคลุม การทำบัญชี ภาษี และตรวจสอบบัญชี พร้อมนำยื่นหน่วยงานราชการต่างๆ แล้ว ประมาณ 7,500 บาทต่อปี ท่านดูเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.52accounting.com/fs.html

ถาม 11 - กำลังจะ เปิดบริษัท เพื่อรอรับงาน และเพื่อเสนองาน ไม่ทราบพอแนะนำได้ไหม จดทะเบียนบริษัทอย่างไร ง่ายและมีค่าใช้จ่ายในการดูแล รักษา น้อยที่สุด

นาราการบัญชี ถ้าจำเป็นต้อง เปิดบริษัท ก็เห็นด้วยครับ เบื้องต้น ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ ครับ

  1. ทุนจดทะเบียน ขอให้จำไว้ว่า ทุนจดทะเบียน มีผลต่อการเสียภาษี ธุรกิจเฉพาะ ถ้าไม่มีทุนที่จะเรียกชำระจริง แม้ว่ามีทุนจริงแล้วเอามานำฝาก ก็ขอให้คิดว่า รายได้ค่าดอกเบี้ย ก็ต้องนำมาเสียภาษีนิติบุคคล (ภาษีธุรกิจเฉพาะต่อทุน 1 ล้าน ถ้าคิดดอกเบี้ย 3% ต่อปี จะต้องเสียภาษี 990 บาท และยังคงต้องเสียภาษีนิติบุคคลด้วย ถ้ารวมกำไรเกิน 300,000 บาท อี ในอัตรา ร้อยละ 15% ต่อปี) ดังนั้น ท่านอาจ จดทะเบียนด้วยทุนขั้นต่ำสุด อาจเริ่มจาก 15 บาท ก็ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะมันส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และจำไว้ว่า การเพิ่มทุนทุกครั้ง จะต้องมีค่าใช้่จ่ายในการจดทะเบียน และค่าธรรมเนียมด้วย
  2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้าจดภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านมีหน้าที่ต้องยื่นภาษี และก็มีความยุ่งยาก ซึ่งท่านอาจต้องจ้างนักบัญชี ทำให้เสียภาษีทุกเดือน
  3. กรรมการบริษัท ท่านควรมี จำนวนกรรมการให้น้องที่สุด เช่น ควรมีแค่ 1 คน เพราะกรณีมีความผิดเกี่ยวกับ ค่าปรับต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ กรมธุรกิจการค้า ค่าปรับจะคำนวณตาม จำนวนกรรมการ ของบริษัทจำกัด
  4. พนักงานบริษัท ในช่วงแรก ถ้าเลือกได้ ควรทำจ่ายค่าจ้างแบบรับจ้างทำงานให้เพื่อจะได้ไม่มีภาระ เรื่องการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และประกันสังคม ท่านอาจทำจ่ายทุกเดือน และสรุป เพื่อจ่าย สามเดือนครั้ง แต่ทั้งนี้เอกสารประกอบการจ่ายเงินค่าจ้าง/เงินเดือน ก็ต้องสัมพันธ์ กัน

ด้วยสิ่งที่กล่าวมานี้ น่าจะช่วยให้ท่าน เริ่มต้นธุรกิจ ได้อย่างง่ายขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่าย

ถาม 12 - ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ต้องการเปิดบริษัท ทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ช e-commerce ในประเทศ ไม่ทราบว่าควรจะทะเบียนแบบไหน ดี ทราบมาว่า สามารถได้สิทธิจาก บีโอไอ BOI ด้วย

นาราการบัญชี - บีโอไอ ได้เปิดให้มีการส่งเสริมการลงทุนใน กิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ตามประกาศคณะการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 ในประเภท 5.8 โดยได้สิทธิประโยชน์ ที่ไม่ใช้ภาษีอากร แต่ก็มีแรงจูงใจ อย่างหน้าสนใจ เสียทีเดียว เช่น สิทธิในการถือครองหุ้น 100% โดยชาวต่างชาติ และ การอนุญาตให้นำผู้ชำนาญงานเข้ามาทำงานในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม เป็นต้น

อันที่จริง ท่านสามารถ ยื่นขอ บีโอไอ ในนามส่วนตัว ชาวต่างชาติได้ก่อน เมื่อได้รับอนุญาติโครงการแล้ว ค่อยดำเนินการเปิดบริษัท แล้วจึงใช้บริษัทเข้ารับการส่งเสริม และขอใบนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต่อ กระทรวงพาณิชย์อีกครั้งหนึ่งครับ

อย่างไรเสีย การขอรับการส่งเสริมการลงทุน ก็มีข้อเสียหลายอย่าง และไม่เหมาะสำหรับกิจการขนาดเล็ก (บริษัทขนาดเล็ก) กล่าวคือ มีความยุ่งยากเรื่องการขอรับการส่งเสริม การจดทะเบียนบริษัทเพื่อรับใบอนุญาตตาม พรบ.คนต่างด้าว รวมถึง ระยะเวลา และ ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพื่อรับการส่งเสริม ดังนั้น ขอแนะนำให้ท่าน จดทะเบียนบริษัทแบบรูปแบบ ปกติ คนไทย : ต่างชาติ ( 51:49) ซึ่ง จะมีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ อีกทั้งการจดทะเบียนบริษัท ก็มี ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท ที่ถูกว่า (ค่าบริการจดทะเบียน 3,500 บาท และรวดเร็วกว่า (ใช้เวลา จดทะเบียน 3 วันทำการ)  แล้วต่อมาภายหลัง เมื่อกิจการของลูกค้าท่าน มีขนาดใหญ่ขึ้น ค่อยดำเนินการขอส่งเสริมการลงทุน ก็ทำได้ครับ

ถาม 13 - ที่อยู่ในการจดทะเบียนบริษัท จะใช้คอนโดมิเนี่ยม ได้ไหมครับ เป็นของผมเอง

นาราการบัญชี – คอนโดมินเียม ใช้เป็นที่อยู่จดทะเบียนบริษัทได้ แต่ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น คุณต้องสำรวจเบื้องต้นก่อนว่า บริษัทคุณจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่ โดยทั่วไป จะต้องจดเมื่อเข้าเงื่อนไข อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทมีรายได้ ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาท ต่อปี
  2. บริษัทเป็นคู่ค้า กับหน่วยงานภาครัฐ
  3. ลูกค้า คู่ค้า หรือ ผู้ขาย หรือ ผู้ให้บริการกับบริษัท บังคับ ให้บริษัทจดภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. ต้องการขอ ใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าว

อนึ่ง ขอให้ข้อสังเกตุว่า  การไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็สามารถทำธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะการออกใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตามกฎหมาย มาตรา 105 ทวิ

ถาม 14 - บริษัทต่างชาติ ต้องการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย โดยมีบริษัทแม่เป็นลูกค้ารายเดียว แต่ต้องการเสียภาษีในประเทศไทย จดทะเบียนแบบไหน ดีคะ เขาต้องการถือหุ้น 100% เท่านั้นคะ ไม่อยากจดทะเบียนแบบ โนมินี คนไทย 51%

นาราการบัญชี – คำถามกว้างมากเลยครับ แต่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ มีลูกค้ารายเดี่ยว คือบริษัทแม่ และต้องการรับรู้รายได้ ในประเทศไทย  จึงตีความได้ว่า

  • การอยากเสียภาษีในไทย นั้น ต้องเป็นบริษัทที่ตั้งตามกฎหมายไทย (จึงไม่ใช่ สาขานิติบุคคลต่างชาติ และสำนักงานผู้แทน) และ
  • มีบริษัทแม่เป็นลูกค้ารายเดียวนั้น บริษัทในไทยนี้จะต้องไม่มีขนาดใหญ่มาก และมีความยืนหยุ่นเรื่องการรับรู้รายได้

จากข้อสมมุติฐานข้างต้น จึงแนะว่า ควรจดทะเบียนเป็นรูป บริษัทจำกัด โดยถือหุ้นส่วนใหญ่ หรือ 100% โดยต่างชาติ แต่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว ตาม พรบ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2452 ซึ่ง ต้องเข้าดูในรายละเอียดอีกครั้งว่า ตกอยู่ในส่วนบัญชี แนบท้ายอะไร และสามารถถือหุ้นได้สัดส่วนถึง 100% หรือไม่  แต่เบื้องต้น ขอให้รายละเอียดดังนี้ครับ

  • ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 75 วัน แบ่งเป็นอนุมัติคำขอ 60 วัน และ ออกใบอนุญาตอีก 15 วัน
  • ค่าสมัคร 2,000 บาท และค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาต 20,000 บาท
  • สำหรับเอกสาร และขั้นตอน มีรายละเอียด ค่อนข้างเยอะ ครับ ถ้าสนใจ ติดต่อ โทร 080-288- 2000

อันที่จริงบริษัทต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ได้หลายรูปแบบครับ ขึ้นอยู่กับความพร้อม ประเภทของกิจการ และขนาดของธุรกิจครับ  เช่น

  • กิจการขนาดใหญ่ อาจเลือกเข้ามาแบบ การขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น การถือหุ้นโดยชาวต่างชาติ แต่มีระเบียบปฎิบัติที่ค่อนข้างซับซ้อน
  • สาขาของนิติบุคคลต่างประเทศ
  • สำนักงานผู้แทน (ห้ามมิให้รับรู้รายได้ ในประเทศไทย และอนุญาติให้ดำเนินการเฉพาะ บางกิจกรรมเท่านั้น)
  • บริษัทร่วมค้า Joint Venture
    • บริษัทร่วมทุน อาจเห็นเป็นส่วนมากถือหุ้นสัดส่วนแบบ 49% : 51%

ถาม 15 -  ทำไม ต้องเปิดบริษัท ในการทำธุรกิจ และทำไมไม่ทำในนามส่วนบุคคล

นาราการบัญชี - เราเปิดบริษัท และต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีประโยชน์ด้วยหลายเหตุผล ครับ ดังนี้
- เรื่องความน่าเชื่อถือ ถ้าดำเนินธุรกิจในรูปบริษัท (จริงๆ) กล่าว คือ มีคณะกรรมการ กรรมการ แบบนี้ ก็เชือได้ว่า การบริหารงานไม่ได้ขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง ลองนึกดูนะครับว่า ถ้าทำกับใครคนใด คนหนึ่ง คู่ค้าก้ต้องไปสืบว่า คนคนนั้น มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น เมียกี่คน ทำอะไรผิดกฎหมายไว้บ้าง เป็นโรคร้ายไหม ก็คงวุ้นวายกันไปหมด และยากที่จะค้าขายด้วย แต่รูปบริษัท นั้น อย่างน้อย ก็มีกฎหมายรับรองไว้ ช่วยกลั่นกรองได้ในระดับหนึ่ง
- การมีทุนจดทะเบียนและรับชำระ ก็จะทำให้คู่ค้า มั่นใจได้ว่า ตัวบริษัทเอง ก็มีทุนซึ่งอาจอยู่ในรูปของทรัพย์สินของบริษัท ก็ทำให้คู่ค้า มั่นใจว่าหาก ต้องเรียกร้องอะไรในอนาคต ทรัพย์สินหล่านี้สามารถนำมาชดเชยคู่ค้า และประกันความเสียงต่างๆ ได้
- เหตุผลที่สำคัญที่สุดของการเปิดบริษัท คงหนีไม่พ้น เรื่อง การจำกัดความรับผิด ของผู้เป็นผู้ถือหุ้น / ผู้เป็นหุ้นส่วน โดยหลักกฎหมายก็ต้องการให้แยกความรับผิดออกมา ระหว่างตัวผู้ลงทุน แยกออกมาอีกหนึ่งตัวคือ นิติบุคคล ให้นิติบุคคลมีความสามารถที่ทำกิจการงานได้ตามวัตถุประสงค์ของคนก่อตั้งขจึ้นมา สามารถกำหนดความรับผิดได้ พูดง่ายๆ ว่า คือ ความรับผิดสู
สุดของมันมีอยู่เท่าไหร่ ในส่วนของคนที่เป็นเจ้าของเองก็จะได้ เรียกว่าอุ่นใจ ความรับผิดนั้นยังไม่เลยกว่าความเป็นเจ้าของ ของผู้ถือหุ้น
- อีกเหตุผลที่สำคัญ คือ เพื่อลดภาระทางภาษี ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าการเสียภาษี หรือ การถูกเพ่งเร่งจากหน่วยงาน เรียกเก็บภาษี และหน่วยงานของรัฐเอง (กรมสรรพากร และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ถาม 16 - เคยเปิดบริษัท ไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่เนื่องจากย้ายที่อยู่ จากต่างจังหวัดมาอยู่ กรุงเทพฯ แต่ตอนนี้ กำลังต้องใช้บริษัท เพื่อเซ็นต์สัญญารับงาน  ไม่ทราบว่า ผมควร เปิดบริษัทใหม่ หรือ นำบริษัทเก่ามาใช้ครับ

นาราการบัญชี - อันดับแรก ต้องสำรวจก่อนครับว่า คู่ค้าที่จะเซ็นต์สัญญานั้น เขาให้เครดิต ของตัวคุณ หรือ บริษัท 

  • ถ้าให้ความสำคัญ ตัวคุณ การเปิดบริษัทใหม่ น่าจะช่วยให้คุณสะดวก เนื่องจาก ใช้เวลาเปิดบริษัท แค่ 3 วัน ท่านก็ได้บริษัทไปเซ็นต์สัญญา กล่าวคือ ไม่ต้องเสียเวลา ไปเคลียร์บัญชี และการยื่นภาษีย้อนหลัง ซึ่งน่าจะใช้เวลานาน พอควรเลยทีเดียว อย่างไรเสียหากท่านเลือกที่จะเปิดบริษัทใหม่ ท่านก็ควรเคลียร์บริษัทเก่า ย้อนหลังโดยยื่นทั้งบัญชีและภาษีย้อนหลัง ให้ถูกต้อง  และหากท่านไม่คิดจะใช้ก็ควรดำเนินการปิดบัญชี (จดทะเบียนเลิกบริษัท)ให้เรียบร้อย ต่อไป
  • ถ้าให้ความสำคัญ บริษัท ท่านต้องรีบจัดการเคลียร์บัญชี และภาษีย้อนหลัง พร้อมดำเนินการให้ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ด้วย แน่นอนครับ คงต้องใช้เวลาพอสมควร

ถาม 17 - และต้องการเปิดบัญชีธนาคาร ในทันที ก่อนเซ็นต์สัญญา

นาราการบัญชี - บริษัทใหม่ ก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้เลยครับ แต่ธนาคารส่วนใหญ่จะอนุญาตให้เปิดเฉพาะบัญชีออมทรัพย์ก่อน และอีก 6 เดือนจึงยอมให้เปิดบัญชีธนาคารกระแสรายวัน  อย่างไรเสีย หากท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีและประวัติทางการเงินดี ท่านอาจถูกพิจารณาให้เปิดบัญชีกระแสรายวัน ก็เป็นได้

ถาม 18 - จะจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีที่อยู่หลักแหล่งในกรุงเทพฯ แต่มีทะเบียนบ้าน และเป็นเจ้าบ้านที่ต่างจังหวัด ควรจดทะเบียน ที่ไหนดีคะ

นาราการบัญชี - ตามหลัก ที่อยุ่บริษัทที่จดทะเบียนบริษัท จะต้องเป็นแห่งเดียวกับสถานที่ประกอบธุรกิจ และบริษัทเอง ก็มีหน้าทีต้องยื่นทั้งภาษี และงบการเงิน ต่อหน่วยงานในท้องถิ่นเช่นกัน ดังนั้น เพื่อความสะดวก แนะนำให้ท่านจดทะเบียนในกรุงเทพฯ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารงาน และอีกทั้งดีกว่า ในแง่ของความน่าเชื่อถือด้วยz

อย่างไรเสีย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ท่านอาจใช้ที่อยู่จากผู้ให้บริการ บริษัทเสมือน (Virtual Office) ซึ่งท่านอาจขอใช้ห้องประชุมเป็นครั้งคราว ได้ด้วย  กรณีที่ท่านต้่องการ ที่อยู่เพื่อจดทะเบียนบริษัท เราก็สามารถให้บริการเช่นกัน ติดต่อ นาราการบัญชี โทร 080 174 2000 , 02 933 5511

ถาม 19 - ผู้ถือหุ้น เป็นชาวต่างชาติ ชาติจีน และต้องการเข้ามาทำธุรกิจทัวร์ แบบ inbound ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่

นาราการบัญชี - อาชีพทัวร์ หรือ มัคคุเทศ เป็นอาชีพสงวน ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติทำ แต่ถ้าทำในรูปแบบบริษัท จะต้องหาผู้ร่วมทุนกับคนไทย โดยคนไทยต้องถือหุ้นส่วนใหญ่ คือ ต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49% แต่สำหรับธุรกิจนี้ จะต้องมีการขออนุญาต คืในตัวบริษัท ต้องมีใบอนุญาตนำเที่ยว โดยที่ต้องขอกับกรมการท่องเที่ยว โดยมีเงื่อนไขคร่าวๆ ดังนี้

  • สัดส่วน ของผู้ถือหุ้นคนไทย ต่อต่างชาติ จะต้องมีคนไทย มากกว่าต่างชาติ
  • สัดส่วน ของกรรมการคนไทย ต่อ ต่างชาติ กรรมการคนไทยต้องมากกว่า
  • ต้องมีการวางประกัน ต่อ กรมการท่องเที่ยว แยกตามชนิดของการนำเที่ยว 

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.52accounting.com/znews-038.html

 

บริษัท นารา การบัญชี จำกัด

โทร 080 173 2000 ; 080 174 2000
โทร 080 286 2000 ; 080 287 2000
โทร 02 933 5511 ; 02 933 5512
กรณีเร่งด่วน/ หลังเลิกงาน โทร 080 175 2000

แฟ็กซ์. 02 933 5890 อีเมล์: info@53ac.com
สำเนาถึง: 53ac.com@gmail.com

Line ID: nara53